เจ้าเม่นสายฟ้า

รู้จัก Sonic the Hedgehog เจ้าเม่นสายฟ้า ที่ครองใจเกมเมอร์กับ SEGA มานานเกือบสองทศวรรษ

 

เจ้าเม่นสายฟ้า ที่ครองใจเกมเมอร์กับ SEGA มานานเกือบสองทศวรรษ

เจ้าเม่นสายฟ้า ไม่มีเกมเมอร์คนไหนไม่รู้จัก Sonic the Hedgehog หรือเจ้าเม่นสายฟ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวละครวงการเกมที่น่าจดจำที่สุดตลอดกาลเทียบเท่ากับ Mario ของ Nintendo และแน่นอนว่าแม้เวลาผ่านไปถึงสองทศวรรษแล้ว ผู้คนก็ยังคงกล่าวถึงตัวละคร Sonic แบบไม่ขาดสาย โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ Sonic กำลังถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก เนื่องจากกระแสภาพยนตร์คนแสดงที่กำลังเข้าฉายในไทยเร็ว ๆ นี้ รีวิวเกมส์

แต่เกมเมอร์เคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไม Sonic ต้องเป็นเม่น ทำไมต้องวิ่งเร็ว บทความนี้จะทำให้คุณเข้าใจ Sonic ได้มากขึ้น

ก่อนที่ Sonic จะถือกำเนิดขึ้น Alex Kidd จากเกม Alex Kidd in Miracle World เคยเป็นมาสคอตของ SEGA มาก่อน แต่หลังจากก้าวสู่ปี 1990ซึ่งวงการเกมเริ่มเข้าสู่เจเนอเรชัน 16-bit ทาง SEGA จึงต้องการสร้างมาสคอตเพื่อเข้ามาแทนที่ Alex Kidd โดยมาสคอตตัวใหม่จะต้องเป็นตัวแทนของ SEGA, มีเอกลักษณ์, สามารถดำรงอยู่ไปได้อีกนาน และน่าจดจำคล้าย Mario จาก Super Mario Bros. ของ Nintendo ที่ได้กลายเป็นมาสคอตที่ทุกคนสามารถจดจำได้ทั่วโลกจนถึงตอนนี้

ทีมงาน SEGA จึงได้เริ่มเสนอตัวละครมาสคอตหลายรูปแบบ ตั้งแต่ตัวอาร์มาดิลโล, เม่น, สุนัข และ “คนแก่ที่มีหนวด” (ตอนหลังถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Eggman) แล้วส่งให้หน่วยงานแผนกวิจัยและการพัฒนาเพื่อนำงานไปพิจารณาต่อไป แต่ผลงานที่เข้าตากรรมการมากที่สุด นั่นคือเจ้าเม่น Sonic ซึ่งออกแบบโดยคุณ Naoto Ohshima ร่วมกับ Hirokazu Yasuhara เพื่อสร้างตัวละครดังกล่าว

Naoto Ohshima กล่าวว่าเขาได้เดินทางที่กรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐฯ แล้วนั่งวาดออกแบบตัวละครมาสคอตต้นแบบสามตัว เช่น เม่นแคระ, สุนัข และ Eggman ในสวนสาธารณะ Central Park ณ Manhattan

จากนั้นก็ถามความคิดเห็นทุกคนที่เดินผ่านว่าชอบตัวไหนมากที่สุด ซึ่งผลโหวตส่วนใหญ่ได้ชื่นชอบเม่นเป็นอันดับหนึ่ง ต่อด้วย Eggman กับสุนัขตามลำดับ แม้เขาไม่ได้ถามเหตุผลว่าทำไมคนจึงนิยมเลือกเม่น แต่ Oshima เชื่อว่าอาจมีความเกี่ยวข้องการก้าวข้ามที่เหนือกว่าเพศ และเชื้อชาติ ซึ่งทำให้คนเข้าถึงง่ายอย่างน่าประหลาด

หลังจากได้ติดต่อกับ SEGA แล้วกลับประเทศสหรัฐฯ ก่อนที่ Ohshima จะเริ่มการออกแบบอย่างจริงจัง เขาตั้งเป้าหมายว่าตัวละครจะต้องมีลักษณะที่เด็กจดจำและวาดง่ายได้ง่ายคล้าย Mickey Mouse, Felix the Cat หรือ Doraemon พร้อมทั้งตั้งคีย์เวิร์ด 3 สิ่งที่ต้องมีในตัวละคร Sonic คือ ‘เท่’ ‘ท้าทาย’ และ ‘มีประวัติศาสตร์’

ตอนแรกตัวละครเม่นมีชื่อโค้ดเนมว่า ‘Mr.Needlemouse’ แต่ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น Sonic แล้วเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่า Sonic สามารถวาดได้ง่ายแสนง่าย Oshima และ Yasuhara จึงร่วมออกแบบตัวละครโดยใช้ลายเส้นขีดเขียนเป็นเพียงดินสอสีดำ ไม่มีรูปร่างซับซ้อน ไม่มีสี และมีโครงสร้างการวาดที่เรียบง่าย

Ohshima เผยว่าต้องการให้ตัวละคร Sonic สามารถเข้าถึงตาชาวอเมริกัน ทำให้การออกแบบ Sonic บางส่วนรับแรงบันดาลใจจากคัลเจอร์ของสหรัฐฯ อย่างเช่น รองเท้าของ Sonic ได้รับแรงบันดาลมาจาก ‘ราชาเพลงป๊อป’

อย่าง Micheal Jackson, รองเท้าสีแดงได้อ้างอิงจากเสื้อซานตาคลอส และลักษณะนิสัยของ Sonic รับแรงบันดาลใจจากประธานาธิบดีคนที่ 42 อย่าง Bill Clinton ที่มีบุคลิกภาพ ‘สามารถลงมือทำกันเลย’ ส่วนสาเหตุที่ Sonic มีผิวสีฟ้า ก็เพราะอ้างอิงจากสัญลักษณ์ SEGA ที่มีสีฟ้า

ซึ่งความจริงแล้ว ความสามารถในการวิ่งเร็วของ Sonic ไม่ได้เป็นไอเดียของ Ohshima แต่เป็นความคิดของ Yuji Naka ซึ่งได้รับแรงบันดาลจากความรู้สึกระหว่างการเล่นเกม Super Mario Bros. ใน World 1-1 ว่า ‘อยากจะผ่านด่านให้ไวที่สุดเท่าที่ทำได้’ และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม Sonic จึงสามารถวิ่งเร็วมาก

นอกจากนี้ เขาได้แต่งเรื่องราวความเป็นมาของ Sonic อีกด้วย โดยมีเนื้อหาว่ามีนักขับเครื่องบินคนหนึ่งมีฉายา ‘เจ้าเม่น (Hedgehog)’ เพราะเขาชื่นชอบการบินด้วยความเร็วสูงเป็นชีวิตจิตใจจนทำให้เขามีผมทรงที่แหลมตรง และเครื่องบินกับเสื้อแจ็กเกตของเขาได้ตกแต่งพิเศษมีลายเป็นเม่น แต่แล้ว เขาก็ตัดสินใจแต่งงานกับสาวนักเขียนนิทานเด็กคนหนึ่ง แล้วเธอได้แต่งเรื่องราวเกี่ยวกับเม่น โดยมีต้นแบบมาจากภรรยาของเธออย่าง Hedgehog

ด้วยองค์ประกอบทั้งหมด ทำให้ Sonic ได้รับคัดเลือกเป็นมาสคอตตัวใหม่ของ SEGA และถูกทำเป็นเกมแนว Platformer ชื่อว่า Sonic the Hedgehog ลงเครื่อง SEGA Genesis โดยมี Yuji Naka เป็นผู้กำกับเกม ซึ่งแน่นอนว่าตัวเกมและ Sonic ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในประเทศสหรัฐฯ รวมถึงเป็นหนึ่งในตัวละครเกมที่ได้รับรางวัล Walk of Game ในปี 2005 คู่กับ Mario และ Link

ปัจจุบัน Sonic ยังคงเป็นหนึ่งในมาสคอตเกมที่น่าจดจำในวงการเกม จนถูกทำเป็นซีรีส์อนิเมะ หนังสือการ์ตูน นิยาย และล่าสุด ภาพยนตร์คนแสดงที่ได้ขึ้นแท่นเป็นหนังทำจากเกมที่ประสบความสำเร็จทางด้านรายได้สูงสุดที่ 57 ล้านเหรียญฯ ซึ่งสามารถชนะสถิติเดิมของ Detective Pikachu และแน่นอนว่าแฟรนไชส์เกม Sonic ก็ยังดำเนินต่อไป รวมถึงตัวละครยังมีการปรับปรุงไปตามยุคสมัย

แหล่งที่มา : https://www.sonicthehedgehog.com/en-gb/